นวัตกรรม (Innovation) เป็นหมุดหมายสำคัญของมนุษยชาติตั้งแต่เริ่มต้นประวัติศาสตร์ ตั้งแต่การประดิษฐ์ล้อชิ้นแรกไปจนถึงจรวดลำแรกที่เดินทางสู่อวกาศ กล่าวได้ว่า การเป็นมนุษย์คือการพัฒนา และโลกดิจิทัล (Digital Landscape) ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ โดย “ปัญญาประดิษฐ์” หรือ Artificial Intelligence (AI) ได้กลายเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษนี้ และดูเหมือนว่านี่จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น

ตั้งแต่เทคโนโลยี AI ได้ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรก ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างเข้าสู่การแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำในการปรับปรุงและยกระดับเทคโนโลยีนี้ และในปัจจุบันทั่วโลกก็อยู่ในการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ เมื่อ AI กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้ง่ายและก้าวหน้ามากขึ้น โดยในช่วงปลายปี 2022 บริษัท OpenAI ได้เปิดตัว ChatGPT ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดประตูให้แพลตฟอร์ม AI และ Large Language Model (LLM) อื่นๆ ได้ถูกพัฒนาตามมา นับตั้งแต่นั้น องค์กรต่างๆ เช่น Google, Microsoft, Anthropic และ Meta ก็ได้เปิดตัวแชทบอทและโมเดล AI ของตนเอง อย่างไรก็ตาม ภูมิทัศน์นี้ก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งด้วยการมาถึงของ DeepSeek

บริษัท AI จากประเทศจีนได้เปิดตัว DeepSeek R1 LLM เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2025 และภายในไม่กี่วัน DeepSeek ก็ได้กลายเป็นแอปที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดบน App Store ของ Apple โดยเกือบจะแซงหน้าแอป ChatGPT ของ OpenAI ในทันที การเปิดตัวของแพลตฟอร์ม AI ใหม่นี้ได้ถูกนำไปพาดหัวข่าวในสำนักต่างๆ ด้วยการใช้ต้นทุนสร้างที่ต่ำกว่าโมเดล AI ตัวอื่นๆ ของคู่แข่ง อีกทั้ง DeepSeek ยังเปิดให้บริการแพลตฟอร์มแบบ Open-Source License และอนุญาตให้ใช้งานฟรี ซึ่งหมายความว่าทุกคนสามารถเข้าถึงโค้ดของ DeepSeek สังเกตวิธีการทำงาน และแก้ไขโค้ดต่างๆ เพื่อพัฒนาต่อยอดเป็นโมเดล LLM ของตนเองได้

แน่นอนว่า ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันของ DeepSeek ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในตลาดหุ้น โดยหุ้นของบริษัท AI หลายแหล่งในสหรัฐฯ นั้นมีมูลค่าลดลง ไม่ว่าจะเป็น Nvidia, Microsoft, Meta และอื่นๆ ดังนั้น ในบทความนี้ เราจะมาวิเคราะห์กันว่า DeepSeek ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของ AI ไปอย่างไร และมีคุณสมบัติอะไรบ้าง พร้อมพิจารณาถึง ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจแฝงตัวอยู่ในแพลตฟอร์ม AI รวมถึงกลยุทธ์ที่มิจฉ

What Is DeepSeek - Logo of DeepSeek

DeepSeek คืออะไร

DeepSeek (ดีพซีค) เป็นบริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ที่ตั้งอยู่ในเมืองหางโจว ประเทศจีน ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 โดย Liang Wenfeng บริษัทนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์การวิจัย AI อิสระภายใต้ High-Flyer ซึ่งเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยงเชิงปริมาณ (Quantitative Hedge Fund) ที่ร่วมก่อตั้งโดย Wenfeng เช่นกัน โดยในเดือนพฤศจิกายน 2023 DeepSeek ได้เปิดตัวโมเดล AI แบบ Open-Source ตัวแรก และนับแต่นั้นมา บริษัทฯ ก็ได้อัปเดตและปรับปรุงรูปแบบของแพลตฟอร์ม AI ดั้งเดิมหลายรายการ จนกระทั่งในปี 2025 ที่ DeepSeek R1 ก็ได้กลายเป็นที่รู้จักบนเวทีโลก

บริษัทได้รับความสนใจอย่างมาก หลังแอป DeepSeek ได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ตการดาวน์โหลดแอปของ App Store และทำให้หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ หลายตัวลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้ง DeepSeek นั้นเป็นบริษัทเอกชน ซึ่งหมายความว่านักลงทุนไม่สามารถซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ใดๆ ได้ โดย DeepSeek-R1 นั้นมีความสามารถในการแข่งขันกับ OpenAI Model o1 ล่าสุดได้ โดยแบนเนอร์ของเว็บไซต์บริษัทระบุอย่างภาคภูมิใจว่า "DeepSeek-R1 พร้อมให้บริการแล้ว และเป็น Open-Source ที่เป็นคู่แข่งของ OpenAI Model o1" นอกจากนี้ บริษัทได้ทำตารางเปรียบเทียบความสามารถกับคู่แข่งบนหน้าแรกของเว็บไซต์เพื่อเปรียบเทียบข้อแตกต่าง และแสดงให้เห็นว่า DeepSeek นั้นมีความสามารถเป็นอันดับหนึ่ง

DeepSeek V3 Capablities

อ้างอิง DeepSeek

แพลตฟอร์มนี้มีความสามารถเทียบเท่ากับแพลตฟอร์มของ OpenAI ในแง่ของคุณสมบัติ และสามารถใช้กับงานที่มีลักษณะเดียวกันได้หลายอย่าง โดย DeepSeek มีความเชี่ยวชาญในงานหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นคณิตศาสตร์ (Mathematics) และ การเขียนโค้ด (Coding) เช่นเดียวกับโมเดล o1 ของ OpenAI นอกจากนี้ DeepSeek R1 เป็น “โมเดลการให้เหตุผล” (Reasoning Model) ที่สร้างการตอบสนองแบบเพิ่มขึ้นทีละนิด โดยจำลองวิธีที่มนุษย์จะใช้เหตุผลในการแก้ปัญหาหรือความคิด

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของ DeepSeek ดูเหมือนจะมาจากการสร้างที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุน อ้างอิงตามข้อมูลอย่างเป็นทางการ บริษัทฯ ใช้เงินน้อยกว่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการฝึกฝน DeepSeek-R1 ซึ่งเป็นเพียงเศษเสี้ยวของงบประมาณหลักหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐที่ OpenAI ใช้ในการฝึกฝน GPT-4 อีกทั้ง DeepSeek ยังใช้หน่วยความจำ (Memory) น้อยกว่า เป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ใช้งาน นอกจากนี้ บริษัทยังได้ค้นพบวิธีการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของสหรัฐฯ เกี่ยวกับการเข้าถึงชิปประสิทธิภาพสูงในประเทศจีน เนื่องจากมีรายงานว่าผู้ก่อตั้ง DeepSeek นั้นเก็บสะสมชิป Nvidia A100 ในปี 2022 ซึ่งคาดว่าเป็นชิปที่ใช้ในการฝึก DeepSeek นั่นเอง

นักลงทุนร่วมอย่าง Marc Andreessen ได้พูดถึง DeepSeek ว่าเป็น "ช่วงเวลา Sputnik ของ AI" ซึ่งอ้างอิงถึงการปล่อยดาวเทียมของสหภาพโซเวียตที่จุดประกายการแข่งขันการพัฒนายานอวกาศในยุคสงครามเย็น เขายังกล่าวอีกว่า DeepSeek R1 เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าที่น่าทึ่งและน่าประทับใจที่สุดที่เขาเคยเห็น ดังนั้น เรามาดูคุณสมบัติและฟังก์ชันหลักบางส่วนของ DeepSeek กัน

คุณสมบัติและการทำงานของ DeepSeek

การทำงานของ DeepSeek นั้นคล้ายกับโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นอื่นๆ คือ สามารถตอบคำถาม ร่างเนื้อหาต่างๆ แก้โจทย์คณิตศาสตร์ หรือแนะนำเมนูอาหารเย็นจากวัตถุดิบที่มีเหลือในตู้เย็น เพียงแค่ป้อนคำสั่งหรือคำถามเข้าไปเท่านั้น และดีพซีคยังมีฟังก์ชันการค้นหา ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้แพลตฟอร์มเป็นเครื่องมือค้นหาบนเว็บ (Web Search Engine) ได้ อีกทั้งแพลตฟอร์มนี้ยังสามารถสื่อสารได้หลายภาษา โดยสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาจีนได้ดีที่สุด

ปัจจุบัน DeepSeek เปิดให้บริการโมเดลด้วยกัน 2 รุ่น คือ DeepSeek-V3 และ DeepSeek-R1 โดยที่ DeepSeek-V3 เป็นแชทบอทอเนกประสงค์ที่สามารถตอบคำถามและทำงานต่างๆ เช่น เขียนและแก้ไขเนื้อหา เขียนโค้ด และวิเคราะห์ข้อมูล อย่างไรก็ตาม ควรคำนึงไว้ว่า DeepSeek ยังมีข้อจำกัดในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และอาจมีแนวโน้มที่จะ “ปรุงแต่งข้อมูล” (Hallucinations) ได้ด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน DeepSeek-R1 เป็นโมเดลการให้เหตุผลที่มุ่งเน้นงานที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยโมเดลนี้ถูกออกแบบมาสำหรับการอนุมานทางตรรกะและการแก้ปัญหาทีละขั้นตอน ทำให้สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับคณิตศาสตร์และคำสั่งที่ต้องใช้ความคิดลึกซึ้งได้ดีขึ้น หมายความว่าจะใช้เวลานานขึ้นในประมวลผลเพื่อตอบคำถาม ซึ่งแชทบอทจะใช้โมเดล DeepSeek-V3 เป็นค่าเริ่มต้น แต่ผู้ใช้งานสามารถสลับไปใช้ DeepSeek-R1 ได้อย่างง่ายดายโดยคลิกปุ่ม 'DeepThink (R1)' ด้านใต้แถบคำสั่ง

DeepSeek เป็น LLM ที่เปิดให้ใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย หมายความว่าผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องสมัครสมาชิกใดๆ เพียงเข้าเว็บไซต์ DeepSeek.com และคลิก "Start Now" เพื่อสร้างบัญชี หรือใช้บัญชี Google เพื่อล็อกอิน หรือดาวน์โหลดแอป DeepSeek มาใช้งานบนสมาร์ทโฟน อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้งาน DeepSeek เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาชีพ และใช้ API เพื่อเชื่อมต่อกับ DeepSeek สำหรับงานต่างๆ เช่น การเขียนโค้ดใน Background ผู้ใช้งานจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยในปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายราว 0.55 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้าน Input Tokens และ 2.19 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ล้าน Output Tokens ซึ่งหากเทียบกับ API ของ OpenAI ที่มีค่าใช้จ่าย 15 ดอลลาร์สหรัฐ และ 60 ดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเป็นราคาที่คุ้มค่าอย่างมาก

ในการรีวิวผลิตภัณฑ์ DeepSeek R1 ของ Medium Product Person นามว่า MAA1 ได้เขียนชื่นชมผลลัพธ์การคิดและให้เหตุผลของ DeepSeek โดยเพื่อทดสอบความสามารถในการคิดแบบเรียลไทม์ เขาขอให้แพลตฟอร์มบอกวิธีการสร้างแอปแชทด้วย React Front-End ซึ่งเมื่อใช้โมเดล DeepSeek-R1 เขาได้รับคำตอบที่ละเอียด

Medium product review of DeepSeek R1

อ้างอิง Medium

เขาพบว่า คำตอบที่ได้เป็นตัวอย่างที่ดีของความสามารถในการคิดและให้เหตุผลแบบเรียลไทม์ของ DeepSeek ต่อจากนั้น เขาได้ทดสอบความสามารถในการสร้างโค้ดของแพลตฟอร์ม และพบว่ามันคล้ายกับ ChatGPT, Claude และแพลตฟอร์ม AI อื่นๆ อย่างมาก

ข้อมูลของ Tech Radar ได้ระบุว่า DeepSeek สามารถพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้กระบวนการฝึกฝนที่เป็นนวัตกรรม ซึ่งอาศัยการลองผิดลองถูกเพื่อปรับปรุงตัวเอง ดังนั้น โมเดลการเรียนรู้ภาษาของ DeepSeek เรียนรู้ในลักษณะที่คล้ายกับการเรียนรู้ของมนุษย์ คือ การได้รับข้อเสนอ (FeedbacK) แนะตามการกระทำ (Action) นั้นๆ โมเดล AI นี้ยังใช้สถาปัตยกรรมแบบ Mixture-of-Experts (MoE) ซึ่งเปิดใช้งานเพียงส่วนเล็กๆ ของพารามิเตอร์ในเวลาใดเวลาหนึ่ง จึงลดต้นทุนการคำนวณอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้โมเดลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แม้ DeepSeek จะดูคล้ายกับโมเดล LLM ของ OpenAI แต่ทางบริษัทเปิดเผยว่า ได้ใช้วิธีการที่แตกต่างกันในการฝึกฝนโมเดล R1 โดยวิธีนี้ใช้เวลาน้อยกว่า คุ้มค่ากว่า และใช้ตัวเร่ง AI น้อยกว่า ซึ่งในงานวิจัย DeepSeek ได้สรุปนวัตกรรมหลายอย่างที่ได้พัฒนาขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของโมเดล R1 เช่น

  • Reinforcement Learning - วิธีการเรียนรู้แบบเสริมแรงขนาดใหญ่ที่มุ่งเน้นการให้เหตุผล
  • Reward Engineering - การพัฒนาระบบรางวัลตามกฎ โดยเป็นมอบ “รางวัล” การสำหรับโมเดลที่ทำงานได้ดี เพื่อสร้างระบบจูงใจที่ชี้นำการเรียนรู้ของโมเดล AI ระหว่างการฝึกฝน
  • Distillation - เทคนิคการถ่ายทอดความรู้ที่มีประสิทธิภาพ เพื่อบีบอัดความสามารถเข้าสู่โมเดลขนาดเล็กโดยใช้พารามิเตอร์เพียง 1.5 พันล้านตัว
  • Emergent Behavior Network - ความเข้าใจว่า รูปแบบการให้เหตุผลที่ซับซ้อนสามารถพัฒนาขึ้นได้ตามธรรมชาติผ่านการเรียนรู้แบบเสริมแรง โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมอย่างชัดเจน

ทีนี้ เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น มาดูไทม์ไลน์ของเหตุการณ์สำคัญและความสำเร็จที่ DeepSeek บรรลุ จนได้ก้าวสู่ความมีชื่อเสียงอย่างฉับพลัน

เหตุการณ์สำคัญและความสำเร็จของ DeepSeek

ในเดือนพฤษภาคม 2023 บริษัท DeepSeek ได้ถูกก่อตั้งขึ้นและเริ่มการสร้างโมเดล Generative AI หลายรุ่น

  • พฤศจิกายน 2023 - DeepSeek Coder ได้เปิดตัว โดยเป็นโมเดล Open-Source ชิ้นแรกของบริษัทที่ออกแบบมาสำหรับงานที่เกี่ยวกับการเขียนโค้ดโดยเฉพาะ
  • ธันวาคม 2023 - DeepSeek LLM เปิดตัวเป็นเวอร์ชันแรก ซึ่งเป็นโมเดลอเนกประสงค์ของบริษัท
  • พฤษภาคม 2024 - DeepSeek-V2 ได้รับการเปิดตัวเป็นโมเดล LLM เวอร์ชันที่สอง และมุ่งเน้นไปยังการนำเสนอประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งและลดต้นทุนการฝึก AI อีกทั้งโมเดลนี้ยังให้บริการในราคาที่ต่ำ ซึ่งส่งผลให้แบรนด์คู่แข่งในท้องถิ่นต้องลดราคาโมเดล LLM ของตัวเองลงเพื่อแข่งขันกับ DeepSeek
  • กรกฎาคม 2024 - DeepSeek-Coder-V2 ได้เปิดตัว โดยเป็นโมเดลพารามิเตอร์ 236 พันล้านตัว มี Context Window จำนวน 128,000 Tokens และออกแบบมาสำหรับการช่วยเขียนโค้ดที่มีความซับซ้อนสูง
  • ธันวาคม 2024 - DeepSeek-V3 ได้เปิดตัว ซึ่งใช้สถาปัตยกรรม Mixture-of-Experts ที่ช่วยให้สามารถจัดการกับงานต่างๆ ได้หลากหลาย โดยโมเดลนี้มีพารามิเตอร์ 671 พันล้านตัว ด้วยความยาวบริบท 128,000 Tokens
  • มกราคม 2025 - DeepSeek-V3 ประสบความสำเร็จ ด้วยการแซงหน้า ChatGPT จนกลายเป็นแอปพลิเคชันฟรีที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดบน App Store ของ Apple ในสหรัฐอเมริกา
  • 20 มกราคม 2025 - DeepSeek-R1 ได้ก้าวขึ้นมาเป็นจุดสนใจของตลาด เนื่องจากโมเดล AI นี้พัฒนาขึ้นจาก DeepSeek-V3 และมุ่งเน้นไปที่งานที่ใช้เหตุผล ซึ่งมีประสิทธิภาพเป็นคู่แข่งโดยตรงกับโมเดล o1 ของ OpenAI นอกจากนี้ยังมีราคาที่ถูกกว่ามาก โดยโมเดลนี้มีพารามิเตอร์ 671 พันล้านด้วยความยาวบริบท 128,000 Token เช่นเดียวกับ DeepSeek-V3
  • 27 มกราคม 2025 - แอปมือถือ DeepSeek ถูกดาวน์โหลดไปแล้ว 1.6 ล้านครั้ง และเป็นแอปอันดับ 1 ใน App Store ทั่วออสเตรเลีย แคนาดา จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร
  • 27 มกราคม 2025 - ความสำเร็จของ DeepSeek ทำให้ ตลาดหุ้น (Stock Market) ปั่นป่วนตลอดสัปดาห์ ซึ่งทำให้หุ้นของบริษัทใหญ่ตกลงอย่างเฉียบพลัน เช่น Microsoft ลดลง 3.7%, Tesla ลดลง 1.3%, Nvidia ลดลง 15%, และ Broadcom ลดลง 16% อีกทั้งทำให้หุ้นของ Nasdaq บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ลดลงเหลือ 3.5% เลยทีเดียว
  • 27 มกราคม 2025 - Janus-Pro-7B ได้ถูกเปิดตัวเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นโมเดลที่สามารถเข้าใจและสร้างรูปภาพได้
  • 9 กุมภาพันธ์ 2025 - โมเดล R1 และ V3 ของ DeepSeek ได้รับการจัดอันดับเป็นโมเดลภาษาที่ดีที่สุด 2 อันดับแรกบน Chatbot Arena ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวัดประสิทธิภาพที่ดูแลโดย University of California, Berkeley

Marina Zhang รองศาสตราจารย์ที่ University of Technology Sydney บอกกับสำนักข่าว BBC ว่าความก้าวหน้าของ DeepSeek กำลังสะท้อนให้เห็นถึงความชำนาญทางเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้นและการพึ่งพาตนเองของประเทศจีน ทั้งยังกล่าวอีกว่า ความสำเร็จของบริษัทถูกมองว่าเป็น "การยืนยันนวัตกรรม 2.0 ของจีน ในยุคใหม่ของความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ ซึ่งขับเคลื่อนโดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่"

เพื่อให้เข้าใจความสำคัญของการที่ DeepSeek เป็นแพลตฟอร์ม AI แบบ Open-Source ได้ดีขึ้น ตอนนี้เรามาดูเพิ่มเติมว่า AI แบบ Open-Source คืออะไร

Open-Source AI คืออะไร?

Open-Source AI คือโมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่เปิดเผยซอร์สโค้ดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึง ดาวน์โหลด คัดลอก และพัฒนาต่อยอดได้อย่างอิสระ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในชุมชนนักพัฒนา สนับสนุนนวัตกรรม และเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย

การที่ DeepSeek เปิดเผยโมเดล AI เช่น DeepSeek-R1 ภายใต้รูปแบบ Open-Source ทำให้นักพัฒนาและองค์กรสามารถนำโมเดลไปใช้งาน ปรับแต่ง หรือนำไปฝึกซ้ำ (fine-tune) ให้เหมาะกับบริบทเฉพาะได้อย่างสะดวก

ทั้งนี้ รูปแบบ Open-Source นี้แตกต่างจากโมเดล AI แบบ Closed-Source ซึ่งมักไม่เปิดเผยซอร์สโค้ดหรือข้อมูลการฝึกโมเดล และจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผ่าน API หรือแพลตฟอร์มของบริษัทเท่านั้น

Jim Fan ผู้จัดการวิจัยอาวุโสที่ Nvidia ได้เขียนบน X ว่า "เรากำลังอยู่ในช่วงเวลาที่บริษัทที่ไม่ใช่สัญชาติอเมริกันกำลังรักษาจุดมุ่งหมายดั้งเดิมของ OpenAI คือ การเปิดกว้างถึงผลงานวิจัยระดับแนวหน้าที่เสริมพลังให้ทุกคน"

ตามคำกล่าวของ Clement Delangue บน X การที่ DeepSeek เป็น Open-Source หมายความว่าบริษัทผู้ใช้งาน AI สามารถสลับระหว่างผู้ให้บริการที่แตกต่างกัน และมุ่งเน้นความพยายามไปที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ลูกค้า เขากล่าวต่ออีกว่า นับตั้งแต่เปิดตัวเพียงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการสร้างโมเดลอนุพันธ์ของ DeepSeek มากกว่า 500 โมเดล และโมเดลข้อมูลได้รับการดาวน์โหลดมากกว่า 2.5 ล้านครั้ง

ในขณะที่ AI ในทุกรูปแบบสามารถเป็นประโยชน์ในการยกระดับเนื้อหาและทำให้การดำเนินงานในหลายภาคส่วนง่ายขึ้น แต่ก็มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้น อันเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับ DeepSeek

ตั้งแต่แรกเริ่ม เทคโนโลยี AI ได้เผชิญกับการวิจารณ์อย่างรุนแรง เพราะมีความสามารถในการใช้สร้างมัลแวร์ (Malware) หรือ Ransomware ต่างๆ ซึ่งถือเป็นการยกระดับภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber Threats) ที่มีอยู่แล้ว โดย ChatGPT ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังจากได้เปิดตัวในตลาด และ DeepSeek ก็ได้รับการวิจารณ์ในทำนองเดียวกัน อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มเหล่านี้มีมาตรการความปลอดภัยต่างๆ เพื่อป้องกันการใช้แพลตฟอร์มในทางที่ผิด

เนื่องจาก DeepSeek ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาหลายประการว่า แพลตฟอร์ม AI นี้ไม่ปลอดภัย รายงานล่าสุดโดยนักวิจัยระบุว่า หลังจากการทดสอบอย่างเข้มงวดบน DeepSeek-R1 พบว่าโมเดลได้ล้มเหลวในการป้องกันภัยในหลายจุดสำคัญ เช่น ไม่สามารถป้องกัน Jailbreaking การฉีดคำสั่ง (Prompt Injection) การสร้างมัลแวร์ และอื่นๆ โดยการทดสอบนั้นสามารถบังคับให้ DeepSeek สร้างมัลแวร์ได้มากถึง 98.8% ของจำนวนการทดสอบทั้งหมด

มีรายงานว่า Jailbreaking เคยถูกใช้กับ DeepSeek มาก่อน ซึ่งเป็นการหลอกให้โมเดล AI สร้างเนื้อหารุนแรงโดยที่ไม่ถูกเซนเซอร์หรือไม่ถูกจำกัด ซึ่งช่วยให้แฮกเกอร์หลบเลี่ยงมาตรการความปลอดภัยที่แพลตฟอร์มวางไว้ และใช้ AI ในการผลิตเนื้อหาที่ผิดกฎหมายได้ในที่สุด โดยแฮกเกอร์สามารถใช้ช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อพัฒนาเทคนิคต่างๆ เพื่อก่ออาชญากรรมไซเบอร์ที่รุนแรงมากขึ้น อีกทั้ง การที่ DeepSeek เป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงได้ง่ายนั้นหมายความว่า แฮกเกอร์มือใหม่สามารถเริ่มต้นก่ออาชญากรรมได้โดยไม่มีทักษะใดๆ และทำการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างง่ายดายด้วยคำแนะนำของ AI

ในขณะที่สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจว่า แพลตฟอร์ม AI ทั้งหมดสามารถถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดได้โดยเหล่าแฮกเกอร์ นอกจากนี้ ผลการวิจัยและรายงานส่วนใหญ่ที่ให้ร้ายกับ DeepSeek อาจมีอคติต่อองค์กรที่ไม่ได้มาจากฝั่งตะวันตกที่กำลังครองพื้นที่ในตลาด

การรักษาความปลอดภัยของธุรกิจเมื่อใช้เทคโนโลยี AI

การที่องค์กรธุรกิจพิจารณาใช้เทคโนโลยี AI อย่าง DeepSeek จำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงและพร้อมใช้มาตรการป้องกันที่แข็งแกร่ง ดังนี้:

  1. การติดตั้งไฟร์วอลล์ (Firewall) - ระบบไฟร์วอลล์ (Firewall) สำหรับปกป้องเครือข่าย ถือเป็นมาตรการพื้นฐานที่ทุกองค์กรควรมี สำหรับธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยี AI อาจพิจารณาใช้ Next-Generation Firewall หรือ NGFW ที่สามารถตรวจจับภัยคุกคามขั้นสูงอย่าง Ransomware และกิจกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  2. ระบบตรวจจับและตอบสนองภัยคุกคาม - เทคโนโลยี EDR (Endpoint Detection and Response) และ MDR (Managed Detection and Response) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยในการระบุและตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในระบบและอุปกรณ์ปลายทางได้อย่างรวดเร็ว เช่น ภัยคุกคามที่อาจเกิดจากการใช้ AI เพื่อฟิชชิง (Phishing) เหยื่อให้เปิดเผยข้อมูลใดๆ
  3. มาตรการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล - ระบบป้องกันการสูญหายของข้อมูล หรือ Data Loss Prevention เป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญในการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญรั่วไหลออกไปนอกองค์กร โดยเฉพาะเมื่อมีการใช้งาน AI ที่อาจเข้าถึงข้อมูลสำคัญเหล่านั้นได้

สรุป

ในขณะที่ยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับ DeepSeek แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและพัฒนาอยู่เสมอ แม้ว่าอาจมีข้อบกพร่อง เราก็ไม่ควรตัดสินนวัตกรรมใดๆ โดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม ทาง CNN รายงานว่าแนวคิดที่ว่าความสามารถที่คล้ายกับโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดของอเมริกา แต่สามารถทำได้ด้วยต้นทุนเพียงเล็กน้อย บนชิปที่มีความสามารถน้อยกว่า ได้แสดงถึงการเปลี่ยนความคิดและความเข้าใจในการลงทุนใน AI ในอุตสาหกรรมทั่วโลก

ในขณะที่ AI ยังคงเผชิญกับการวิจารณ์จากผู้คนทั่วโลก ด้วยเหตุผลที่สมเหตุสมผลหลายประการ แต่เทคโนโลยีนี้ก็ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดย DeepSeek ได้ประสบความสำเร็จในการสร้างแพลตฟอร์ม AI ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต ดังนั้นเราจึงควรเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าถึงเทคโนโลยี

Search

Get in Touch

Get in Touch with Sangfor Team for Business Inquiry

Name
Email Address
Business Phone Number
Tell us about your project requirements

Related Articles

Cyber Security

Kuala Lumpur Airport Cyberattack: Protecting KLIA from Future Threats

Date : 03 Apr 2025
Read Now
Cyber Security

Royal Mail Group Data Breach: Cybersecurity Insights

Date : 01 Apr 2025
Read Now
Cyber Security

SASE vs. SSE: What You Need to Know

Date : 13 Mar 2025
Read Now

See Other Product

Platform-X
Sangfor Access Secure - โซลูชัน SASE
Sangfor SSL VPN
Best Darktrace Cyber Security Competitors and Alternatives in 2025
Sangfor Omni-Command
Sangfor Endpoint Secure แอนตี้ไวรัสยุคใหม่ (NGAV) สำหรับองค์กรของคุณ